จากกิมย้ง ถึง วินทร์ เลียววาริณ :  เย้ยยุทธจักรบนเส้นขนาน

 สวัสดีครับ ก่อนหน้านี้เคยเขียนเอนทรี่ เกี่ยวกับ เรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักร

ไปแล้วครั้งนึง(เอนทรี่ ยิ้มเย้ยยุทธจักร ใน Re-Book)

ในที่สุด ผมก็เช่าการ์ตูน กระบี่เย้ยยุทธจักร มาอ่านจนจบครบ 26 เล่ม

จากนั้นก็ไปอ่านนวนิยายกำลังภายในเรื่องเดียวกัน ที่แปลโดย น.นพรัตน์

(การอ่านการ์ตูนมาก่อน  ก็ทำให้อ่านหนังสือนวนิยายได้อย่างรวดเร็วขึ้น)

แถมยังไปหาซื้อดีวีดีหนังเรื่องนี้มาเก็บไว้ดูอีก ( บ้าขนาดหนัก อิอิ )

กระบี่เย้ยยุทธจักร เป็นหนังสือนวนิยายกำลังภายในของกิมย้ง ที่สะท้อนเรื่องอำนาจ

และการเมืองดีมากๆ แถมยังเต็มไปด้วยความบันเทิงครบเครื่อง

วันนี้จึงอยากจะเขียนถึงบทสรุปที่ได้จาก กระบี่เย้ยยุทธจักร อีกซักทีนะครับ

..............................................................................

 

.....

ยอดยุทธ์ยอมสละทุกสิ่งเพื่อช่วงชิงความเป็นใหญ่

ตั้งแต่ยุคโบราณถึงปัจจุบัน

เหล่าชาวยุทธ์ต้องห้ำหั่น

.... เพราะคำว่า "อำนาจ"

....สุดท้าย

 

..ก็ไม่มีใครได้ครอบครองอำนาจที่แท้จริง

 

สิ่งที่เที่ยงแท้..คือ ความไม่เที่ยงแท้

 

ครอบครองความเป็นใหญ่

สุดท้าย...

 

.. ก็เหลือเพียงความว่างเปล่า...

 

......

 

 

..

 

 

..  ว่างเปล่า

..

 

 

....ว่าง...

 

 

....เปล่า

 

.........

 

 

อำนาจทำให้มนุษย์เสียสติ

 

แต่ไหนแต่ไร จะมีซักกี่คน

ที่ปลงซึ่งทุกสิ่ง...

 

.....ให้อิสระแก่ตนเอง

 

 

และยิ้มเย้ยยุทธจักร

 

  (คัดมาบางส่วน จากกระบี่เย้ยยุทธจักร ของกิมย้ง)

...................................................................

 

ขณะที่ จอมยุทธ์เล่งฮู้ชง พร้อม เยิ่นอิ๋งอิ๋ง ธิดาเทพคนรัก

สละแล้วซึ่งอำนาจและความวุ่นวายทางยุทธภพ

ไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างสันโดษ  ที่กระท่อมริมเชิงเขา

มีความสุขกับการร่วมบรรเลงบทเพลงเย้ยยุทธจักรอยู่นั้น

 

อีกมุมหนึ่ง คนละประเทศ คนละเวลา

ณ สวนลุมพินี  สวนสาธารณะใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร

ชายชราสองคนผู้ซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชนกำลังนั่งคุยร่วมรำลึกถึงความหลัง

ทั้งสองคือ ตุ้ย พันเข็ม และ หลวงกฤษฎาวินิจ(เสือย้อย)

 

"คุณเคยคิดไหมว่า ประชาธิปไตยเมืองไทยมันก็คล้ายต้นไทรใหญ่ต้นนั้น

ส่วนอำนาจก็เป็นเหมือนลมพายุ  พอมันพัดกรรโชกที ต้นไทรใหญ่ก็ปั่นป่วนที

แต่ถึงยังไง ต้นประชาธิปไตยต้นนี้ ก็ยังอุตส่าห์ผ่านร้อนผ่านหนาว

ยืนหยัดมาได้โดยตลอด"

 

"ประวัติศาสตร์มันก็เดินซ้ำไปตามรอยเดิมอยู่เรื่อยแหละ 

ตราบใดที่ธรรมชาติของคนเรายังไม่เคยเปลี่ยน

ไม่ว่ายุคสมัยไหน มันก็ยังมีคนที่กระหายอยากได้อำนาจ

มีคนที่อยากปลดแอก   มีคนที่อยากเปลี่ยนแปลง อยากปฏิวัติอยู่ตลอดเวลา"

 

"และก็มีนักฉวยโอกาส มีวีิรบุรุษจอมปลอม มีคนทรยศ มีแพะรับบาป"

 

(คัดมาบางส่วน จาก หนังสือประชาธิปไตยบนเส้นขนาน ของ วินทร์ เลียววาริณ)

..............................................................................

 

 24 มิถุนายน 2475

การปฏิวัติสยาม คือ การปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทย

จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชไปเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยคณะราษฎร์

หลักฐานประวัติศาสตร์ในเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นหมุดทองเหลือง

ฝังอยู่กับพื้นถนน บนลานพระบรมรูปทรงม้า

(อ่านเพิ่มเติมได้จาก http://th.wikipedia.org/ การปฏิวัติสยาม2475 )

  ..............................................................

 

อำนาจและการเมือง ไม่ว่าจะประเทศไหน เวลาใด

หนึ่งพันปีที่แล้ว  ,เมื่อวาน, วันนี้ หรือ อีกหนึ่งร้อยปีข้างหน้า

เรื่องราวคงไม่แตกต่างไปจากในนวนิยายทั้งสองเรื่องข้างต้น

ถ้าหากอยากจะอ่านนวนิยาย ที่สะท้อนการเมืองเรื่องอำนาจได้ดี 

กระบี่เย้ยยุทธจักรและประชาธิปไตยบนเส้นขนาน เป็นหนังสือที่อยากจะแนะนำนะครับ

แต่คิดว่าหลายๆคนคงจะเคยอ่านกันมาบ้างแล้ว

ถ้าเพื่อนๆอ่านนิยายเรื่องไหน ที่ชอบและดี ก้อช่วยแนะนำให้ด้วยนะครับ อยากอ่านครับ

สำหรับกระบี่เย้ยยุทธจักร ทำให้เราเห็นว่า ในฝ่ายธรรมะ ก็มีคนไม่ดี

ฝ่ายอธรรม ก็ยังมีคนที่มีน้ำใจ  ส่วนประชาธิปไตยบนเส้นขนาน ทำให้เราเห็น

วิวัฒนาการทางการเมืองไทย โดยไม่ได้แสดงความเห็นว่าถูกหรือผิด

 

24 มิถุนายน 2552

ครบรอบ 77 ปี แห่งการปฏิวัติสยาม

 

เลยอยากจะเขียนถึงหนังสือดีดี ..เอามาเล่าสู่กันฟังนะครับ

ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่าน และอ่านอย่างอดทนจนจบ  ..

ขอให้มีความสุขนะครับ

 รีไซเคิล บอย

 

Credit : นวนิยายกระบี่เย้ยยุทธจักร ของกิมย้ง,

            ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน ของ วินทร์ เลียววาริณ ,

            http://th.wikipedia.org

            ภาพประกอบจากอินเตอร์เ็น็ต

ปล. สุดยอดของกระบวนท่า คือ ไร้กระบวนท่า

ชอบจริง ประโยคนี้จากในเรื่อง

เขียนเอนทรี่เสร็จแล้วเดี๋ยวคงต้องออกไปเที่ยวยิ้มเย้ยยุทธภพ ซะหน่อยแล้วสิเรา

 

Comment

Comment:

Tweet

อำนาจ มีไว้ให้ข้าบังคับท่านให้มารดน้ำที่บ้านข้า หึๆๆ open-mounthed smile

#14 By สส.eVeZaa on 2009-06-25 13:54

เมื่อวานไม่ได้เข้ามารดน้ำต้นไม้เลย เจองานไปอย่างหนักหน่วง วันนี้ก็เยอะเหมือนกันแต่ว่าแวะมารดก่อน ก่อนที่เวลาจะไม่มี แล้วค่อยเข้ามาอ่านวันหน้าแล้วกันจร๊า
ผมยังไม่ได้อ่านเรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักรครับ แต่รู้สึกว่าจะเคยดูผ่านๆ

ส่วนเรื่องประชาธิปไตยฯ นั้น อ่านแล้วครับ

เห็นหายด้านของคำว่า "อำนาจ"

ทั้งสุขสม และเสื่อมเสีย


confused smile
ขอคารวะsurprised smile
ความเห็นแต่ละคนสุดยอดจริงๆ
ได้อะไรจากการอ่านคอมเม้นท์มากเลยครับ question

#11 By Recycle Boy on 2009-06-24 21:40

สิ่งที่เที่ยงแท้..คือ ความไม่เที่ยงแท้...


นี่แหล่ะเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับ...และเข้าใจ...



ความว่างเปล่า...

#10 By กวางน้อย... on 2009-06-24 20:06

อำนาจได้ไป แล้วใช้ผิดๆ มันก็มีแต่โทษ
ประชาธิปไตย กว่าจะเข้าใจตรงกันได้คงต้อง
จัดให้มี Civic Education เป็นพื้นฐาน
กันตั้งแต่เด็กค่ะconfused smile

#9 By Pat's Song on 2009-06-24 17:10

อ่านนวกรรมจีน แล้วจะรู้สึกหลับงะคะ
แวะมารดน้ำต้นไม้คะ ต้นไม้จะได้โตไวไว
เป็นเรื่องจริงทุกสมัย

#7 By wesong on 2009-06-24 16:49

ทุกคนถืออำนาจอยู่คนละกำมือค่ะ
แต่จะรู้ตัวหรือไม่ขึ้นอยู่ที่คนคนนั้น
และจะใช้มันอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับคนคนนั้น
สิ่งไม่มีชีวิตยังมีอำนาจเลยค่ะ
เพราะคนถือไว้คนละกำมือ

ถือ..วาง..อำนาจ

เอ..ถือเป็นการแลกเปลี่ยนนะคะ

ขอบคุณค่ะ

#6 By มิตร on 2009-06-24 16:06

big smile กำลังอินเลยใช่มั๊ยเนี่ย ทั้งการ์ตูน นิยาย หนัง

#5 By คุณบิ๋ม on 2009-06-24 15:18

อำนาจมีไว้ให้มนุษย์เสือมจากความเป็นคน
เคยคิดอยากลองอ่านวรรณกรรมจีน
เพราะสนใจในเรื่องของภาษา

โดยเฉพาะงานของน.นพรัตน์
จะเป็นงานที่ภาษาสวย

แต่ยังไม่มีโอกาสสักทีค่ะ
เป็นคนนิสัยเสียอยู่อย่างหนึ่ง
คือไม่ชอบอ่านวรรณกรรมแปล

ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ
ขี้เกียจจำชื่อตัวละคร - -"
ขอเลือก "ประชาธิปไตยบนเสนขนาน"น่าจะอ่านจบ
ไม่ว่าชาติไหนๆก็แสวงหาอำนาจกันจริงๆเนาะ น่าจะตั้งชื่อลูกว่าอำนาจกันซะให้หมดทุกคน จะได้ไม่ต้องแสวงหาbig smile big smile

#2 By โต๊ะคิ้งส์ on 2009-06-24 14:16

อำนาจเป็นผู้ครอบครองผู้มีอำนาจconfused smile

#1 By peewa 丕娃 on 2009-06-24 13:59